IBC Hua Hin
เกี่ยวกับคริสตจักรของเราในหัวหิน
คริสตจักรแบ๊พติสนานาชาติเป็นคริสตจักรอิสระที่อนุรักษนิยมและเชื่อในพระคัมภีร์ มีครอบครัวที่อบอุ่นและหลากหลายทางวัฒนธรรม ทุกการนมัสการของเราจัดขึ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เรายินดีต้อนรับให้คุณมาร่วมนมัสการพระคริสต์ เติบโตในพระวจนะ และรับใช้พระองค์ด้วยกัน
หลักข้อเชื่อ
สิ่งที่เราเชื่อ
01 พระเจ้า
เราเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว ผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงและทรงพระชนม์อยู่ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง พระเจ้าทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ตั้งแต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล พระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวนี้ประกอบด้วยสามพระองค์ คือ พระบิดา พระวาทะ (หรือพระบุตร) และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทั้งสามพระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เราจะต้องไม่มีพระอื่นใดนอกเหนือจากพระองค์
พระเจ้า
เราเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว ผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงและทรงพระชนม์อยู่ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง พระเจ้าทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ตั้งแต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล พระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวนี้ประกอบด้วยสามพระองค์ คือ พระบิดา พระวาทะ (หรือพระบุตร) และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทั้งสามพระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เราจะต้องไม่มีพระอื่นใดนอกเหนือจากพระองค์
พระคัมภีร์อ้างอิง
1 ทิโมธี 2:5; เยเรมีย์ 10:10; 1 เธสะโลนิกา 1:9; อิสยาห์ 40:28; เอเฟซัส 3:9; เฉลยธรรมบัญญัติ 33:27; สดุดี 90:2; อิสยาห์ 48:16; มัทธิว 28:18-20; 1 ยอห์น 5:7; ยอห์น 17:11, 22; ยอห์น 10:30; อพยพ 20:3
02 พระคัมภีร์
เราเชื่อว่าพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือหกสิบหก (66) เล่ม ตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงวิวรณ์นั้น ไม่ผิดพลาด ปราศจากข้อผิดพลาด และสมบูรณ์ เราเชื่อว่าทุกส่วนและทุกถ้อยคำได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ประทานแก่มนุษย์ เราเชื่อด้วยว่าพระเจ้าได้ทรงรักษาทุกถ้อยคำของพระองค์ไว้ตลอดทุกยุคทุกสมัย คริสตจักรของเราใช้พระคัมภีร์ฉบับคิงเจมส์ภาษาไทย (Thai KJV)
พระคัมภีร์
เราเชื่อว่าพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือหกสิบหก (66) เล่ม ตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงวิวรณ์นั้น ไม่ผิดพลาด ปราศจากข้อผิดพลาด และสมบูรณ์ เราเชื่อว่าทุกส่วนและทุกถ้อยคำได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ประทานแก่มนุษย์ เราเชื่อด้วยว่าพระเจ้าได้ทรงรักษาทุกถ้อยคำของพระองค์ไว้ตลอดทุกยุคทุกสมัย คริสตจักรของเราใช้พระคัมภีร์ฉบับคิงเจมส์ภาษาไทย (Thai KJV)
พระคัมภีร์อ้างอิง
สดุดี 12:6; สุภาษิต 30:5; 2 ทิโมธี 3:16; 2 เปโตร 1:21; เฉลยธรรมบัญญัติ 8:3; มัทธิว 4:4; อิสยาห์ 40:8; มัทธิว 5:18; มัทธิว 24:35; 1 เปโตร 1:25
03 การทรงสร้าง
เราเชื่อว่าสรรพสิ่งทั้งปวงถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าพระบิดา เราเชื่อว่าพระวาทะ (พระบุตรของพระเจ้า) ทรงอยู่กับพระเจ้า และสรรพสิ่งทั้งปวงถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และโดยทางพระองค์ และปราศจากพระองค์ไม่มีสิ่งใดที่ถูกสร้างขึ้นเลย เราเชื่อว่าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวอยู่เหนือสิ่งที่ทรงสร้าง และทรงมีส่วนในการประทานชีวิตแก่มนุษย์ด้วย การทรงสร้างแต่เดิมนั้นเสร็จสมบูรณ์ภายในหกวันตามตัวอักษร
การทรงสร้าง
เราเชื่อว่าสรรพสิ่งทั้งปวงถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าพระบิดา เราเชื่อว่าพระวาทะ (พระบุตรของพระเจ้า) ทรงอยู่กับพระเจ้า และสรรพสิ่งทั้งปวงถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และโดยทางพระองค์ และปราศจากพระองค์ไม่มีสิ่งใดที่ถูกสร้างขึ้นเลย เราเชื่อว่าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวอยู่เหนือสิ่งที่ทรงสร้าง และทรงมีส่วนในการประทานชีวิตแก่มนุษย์ด้วย การทรงสร้างแต่เดิมนั้นเสร็จสมบูรณ์ภายในหกวันตามตัวอักษร
พระคัมภีร์อ้างอิง
ปฐมกาล 1:1; มาลาคี 2:10; เอเฟซัส 3:9; ยอห์น 1:1-3; โคโลสี 1:16-17; ปฐมกาล 1:2; โยบ 33:4; ปฐมกาล 1:1-2; อพยพ 20:11
04 พระเยซูคริสต์
เราเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ เป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดจากหญิงพรหมจารีและปราศจากบาป เราเชื่อว่าพระเยซูทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาล พระเยซูทรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวง และตั้งแต่เริ่มแรกพระเยซูทรงอยู่กับพระเจ้าและทรงเป็นพระเจ้า พระเยซูทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ทรงเป็นผู้ริเริ่มและผู้ทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ และทรงเป็นองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
พระเยซูคริสต์
เราเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ เป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดจากหญิงพรหมจารีและปราศจากบาป เราเชื่อว่าพระเยซูทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาล พระเยซูทรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวง และตั้งแต่เริ่มแรกพระเยซูทรงอยู่กับพระเจ้าและทรงเป็นพระเจ้า พระเยซูทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ทรงเป็นผู้ริเริ่มและผู้ทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ และทรงเป็นองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
โดยมิได้ทรงเลิกเป็นพระเจ้า พระเยซูทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแต่เพียงผู้เดียว ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร และทรงเป็นคนกลางแต่เพียงผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์
พระคัมภีร์อ้างอิง
มัทธิว 16:16-17; ยอห์น 20:31; มีคาห์ 5:2; โคโลสี 1:17; ยอห์น 1:1-14; วิวรณ์ 2:8; ฮีบรู 12:2; วิวรณ์ 11:17; อิสยาห์ 9:6; ยอห์น 1:1; ยอห์น 20:28; ฮีบรู 1:8; ยอห์น 1:14; 1 ทิโมธี 3:16; ลูกา 2:11; กิจการ 4:12; เอเฟซัส 5:23; โคโลสี 1:18; 1 ทิโมธี 2:5
05 พระวิญญาณบริสุทธิ์
เราเชื่อว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระผู้ปลอบประโลมของผู้เชื่อทุกคน และทรงทำให้โลกรู้สึกผิดในเรื่องบาป ความชอบธรรม และการพิพากษา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ภายในผู้เชื่อทุกคน ทรงเป็นพยานว่าพวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้า และทรงเป็นมัดจำแห่งความรอดของพวกเขา โดยทรงประทับตราพวกเขาไว้จนถึงวันที่จะทรงไถ่ให้รอด
พระวิญญาณบริสุทธิ์
เราเชื่อว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระผู้ปลอบประโลมของผู้เชื่อทุกคน และทรงทำให้โลกรู้สึกผิดในเรื่องบาป ความชอบธรรม และการพิพากษา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ภายในผู้เชื่อทุกคน ทรงเป็นพยานว่าพวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้า และทรงเป็นมัดจำแห่งความรอดของพวกเขา โดยทรงประทับตราพวกเขาไว้จนถึงวันที่จะทรงไถ่ให้รอด
เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะทรงเทพระวิญญาณของพระองค์ลงเหนือเราทั้งหลายในยุคสุดท้ายนี้ โดยทรงสวมเราด้วยฤทธิ์เดช เพื่อเราจะเป็นพยานที่มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ยังทรงประทานของประทานฝ่ายจิตวิญญาณ แต่ทรงประทานตามที่พระองค์ทรงประสงค์ แม้หมายสำคัญและการอัศจรรย์อาจติดตามผู้ที่เชื่อ เราไม่ควรแสวงหาหมายสำคัญหรือของประทานที่เป็นหมายสำคัญ
พระคัมภีร์อ้างอิง
กิจการ 5:3-4; 1 ยอห์น 5:7; ยอห์น 16:7-15; โรม 8:9; 1 โครินธ์ 3:16; 1 โครินธ์ 6:19; โรม 8:16; 1 ยอห์น 4:13; 2 โครินธ์ 1:22; 2 โครินธ์ 5:5; เอเฟซัส 1:13-14; เอเฟซัส 4:30; โยเอล 2:28-32; กิจการ 2:16-18; ลูกา 24:49; กิจการ 1:4-8; 1 โครินธ์ 12:1-10; 1 โครินธ์ 12:11; มาระโก 16:15-20; มัทธิว 12:39; 1 โครินธ์ 12:28-31
06 ซาตาน
เราเชื่อว่าซาตานเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และเป็นเครูบที่ได้รับการเจิม พบความชั่วช้าในตัวมัน และเมื่อมันยกตัวขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง มันได้กบฏต่อพระเจ้าและถูกขับออกจากตำแหน่งของมันในสวรรค์
ซาตาน
เราเชื่อว่าซาตานเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และเป็นเครูบที่ได้รับการเจิม พบความชั่วช้าในตัวมัน และเมื่อมันยกตัวขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง มันได้กบฏต่อพระเจ้าและถูกขับออกจากตำแหน่งของมันในสวรรค์
ซาตานล่อลวงมนุษย์ เป็นฆาตกร เป็นบิดาแห่งการมุสา และเป็นผู้กล่าวหาพวกพี่น้อง เราต้องต่อต้านซาตาน แต่ไม่ต้องกลัวมัน เรารอคอยวันที่มันจะถูกแทงด้วยพระแสงที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระคริสต์ ถูกเหยียบไว้ใต้เท้าของเรา และถูกโยนลงในบึงไฟ
พระคัมภีร์อ้างอิง
เอเสเคียล 28:15; เอเสเคียล 28:14; อิสยาห์ 14:13-14; อิสยาห์ 14:12; เอเสเคียล 28:16; ลูกา 10:18; ปฐมกาล 3:1-15; มาระโก 1:13; ยอห์น 8:44; วิวรณ์ 12:10; ยากอบ 4:7; 1 เปโตร 5:8-9; มัทธิว 10:28; อิสยาห์ 14:19; วิวรณ์ 19:15; โรม 16:20; วิวรณ์ 20:10
07 ผีมาร
เราเชื่อว่าเมื่อซาตานกบฏต่อพระเจ้า มีทูตสวรรค์กลุ่มหนึ่งติดตามมันไปด้วย ทูตสวรรค์ที่ล้มลงเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่าผีมารหรือผีปีศาจ ประกอบเป็นเทพผู้ครอง ศักดิเทพ ผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ และเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานอากาศสูง ซึ่งเราต้องต่อสู้กับพวกมัน
ผีมาร
เราเชื่อว่าเมื่อซาตานกบฏต่อพระเจ้า มีทูตสวรรค์กลุ่มหนึ่งติดตามมันไปด้วย ทูตสวรรค์ที่ล้มลงเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่าผีมารหรือผีปีศาจ ประกอบเป็นเทพผู้ครอง ศักดิเทพ ผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ และเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานอากาศสูง ซึ่งเราต้องต่อสู้กับพวกมัน
ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าซึ่งอยู่ในเรานั้นยิ่งใหญ่กว่าฤทธิ์อำนาจแห่งความมืด พระเยซูทรงสำแดงสิ่งนี้โดยทรงขับผีออกด้วยพระวจนะของพระองค์ และดังที่พระเยซูตรัสไว้ คือด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า
พระคัมภีร์อ้างอิง
มัทธิว 25:41; 2 เปโตร 2:4; เอเฟซัส 6:12; 1 ยอห์น 4:4; มัทธิว 8:16; ลูกา 11:20
08 มนุษย์
เราเชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายของพระเจ้า พระเจ้าทรงระบายลมปราณเข้าไปในมนุษย์ และมนุษย์จึงเกิดเป็นจิตวิญญาณมีชีวิต จิตวิญญาณของมนุษย์จะดำรงอยู่ตลอดไป พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับพระองค์เอง เพื่อพระสิริและความพอพระทัยของพระองค์ และพระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับมนุษย์
มนุษย์
เราเชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายของพระเจ้า พระเจ้าทรงระบายลมปราณเข้าไปในมนุษย์ และมนุษย์จึงเกิดเป็นจิตวิญญาณมีชีวิต จิตวิญญาณของมนุษย์จะดำรงอยู่ตลอดไป พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับพระองค์เอง เพื่อพระสิริและความพอพระทัยของพระองค์ และพระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับมนุษย์
พระคัมภีร์อ้างอิง
ปฐมกาล 1:26; ปฐมกาล 9:6; 1 โครินธ์ 11:7; ปฐมกาล 2:7; ปัญญาจารย์ 3:21; ปัญญาจารย์ 12:7; ดาเนียล 12:2; มัทธิว 25:46; โคโลสี 1:16; อิสยาห์ 43:7; วิวรณ์ 4:11; เอเฟซัส 2:10
09 บาป
เราเชื่อว่าโดยมนุษย์คนแรก บาปได้เข้ามาในโลก และความตายก็เข้ามาโดยบาป ทุกคนที่เกิดจากอาดัมได้ติดตามเขาในการทำบาปต่อพระเจ้า ดังนั้นความตายจึงแผ่ไปถึงมนุษย์ทุกคน
บาป
เราเชื่อว่าโดยมนุษย์คนแรก บาปได้เข้ามาในโลก และความตายก็เข้ามาโดยบาป ทุกคนที่เกิดจากอาดัมได้ติดตามเขาในการทำบาปต่อพระเจ้า ดังนั้นความตายจึงแผ่ไปถึงมนุษย์ทุกคน
จิตใจของมนุษย์ผู้มีบาปนั้นหลอกลวงและชั่วร้ายอย่างเหลือเกิน ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงหลงไปตามทางของตนเอง และได้รับค่าจ้างแห่งความตายและนรก มนุษย์ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้าสำหรับบาปของตนเอง
พระคัมภีร์อ้างอิง
ปฐมกาล 3:1-19; โรม 5:12; โรม 3:23; เยเรมีย์ 17:9; อิสยาห์ 53:6; โรม 6:23; วิวรณ์ 20:14-15; เอเสเคียล 18:1-20; โรม 14:12
10 ความรอด
เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมความรอดด้วยความรักของพระองค์ โดยทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาเพื่อทรงรับบาปแทนเรา ทรงรับโทษแห่งความตายไว้กับพระองค์เอง ทรงสิ้นพระชนม์แทนเรา และทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์เองเป็นการลบมลทินบาปของเราแต่เพียงอย่างเดียวที่พระเจ้าทรงยอมรับ
ความรอด
เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมความรอดด้วยความรักของพระองค์ โดยทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาเพื่อทรงรับบาปแทนเรา ทรงรับโทษแห่งความตายไว้กับพระองค์เอง ทรงสิ้นพระชนม์แทนเรา และทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์เองเป็นการลบมลทินบาปของเราแต่เพียงอย่างเดียวที่พระเจ้าทรงยอมรับ
พระคริสต์ทรงถูกฝังไว้และทรงฟื้นขึ้นอีกในวันที่สาม ความรอดนี้มีไว้เป็นของประทานให้เปล่าแห่งพระคุณของพระเจ้าแก่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์โดยความเชื่อ
ในขณะที่บุคคลหนึ่งเลิกวางใจในทางของตนเอง และหันมาวางใจในพระคริสต์และพระราชกิจที่พระองค์ทรงกระทำสำเร็จแล้ว เขาก็บังเกิดจากพระเจ้าและได้รับชีวิตนิรันดร์
พระคัมภีร์อ้างอิง
ยอห์น 3:16; โรม 5:8; 1 ยอห์น 2:2-5; ฮีบรู 5:9; ยอห์น 3:16-17; 2 โครินธ์ 5:21; 1 โครินธ์ 15:3; 1 เปโตร 3:18; กิจการ 20:28; โรม 5:9; เอเฟซัส 1:7; โคโลสี 1:14-20; ฮีบรู 9:22; โรม 5:10-11; 1 โครินธ์ 15:4; กิจการ 10:39-40; โรม 5:15-18; โรม 6:23; เอเฟซัส 2:8-9; ยอห์น 1:12; ยอห์น 6:40; โรม 1:16; วิวรณ์ 22:17; อิสยาห์ 53:6; มาระโก 10:24; ลูกา 18:9-14; 1 เธสะโลนิกา 1:9; ฮีบรู 6:1; ปัญญาจารย์ 3:14; ยอห์น 19:30; 1 ยอห์น 5:1; ยอห์น 3:36; ยอห์น 5:24; ยอห์น 10:27-29
11 การคุ้มครองนิรันดร์
เราเชื่อว่าความรอดที่พระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มให้แก่เรานั้นเป็นความรอดนิรันดร์ พระเยซูไม่เคยทรงขับผู้ใดออกจากครอบครัวของพระองค์ ผู้เชื่อไม่มีวันพินาศ จะไม่เข้าสู่การพิพากษาลงโทษ แต่ได้ผ่านจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว
การคุ้มครองนิรันดร์
เราเชื่อว่าความรอดที่พระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มให้แก่เรานั้นเป็นความรอดนิรันดร์ พระเยซูไม่เคยทรงขับผู้ใดออกจากครอบครัวของพระองค์ ผู้เชื่อไม่มีวันพินาศ จะไม่เข้าสู่การพิพากษาลงโทษ แต่ได้ผ่านจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว
ผู้ที่ได้รับความรอดได้รับการพิทักษ์รักษาไว้โดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดสามารถแยกพวกเขาออกจากความรักของพระองค์ และไม่มีผู้ใดสามารถแย่งพวกเขาออกจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้
ทุกคนที่เชื่อในพระองค์บังเกิดจากพระเจ้า และทุกสิ่งที่บังเกิดจากพระเจ้าก็มีชัยต่อโลก ผู้มีชัยเหล่านี้ได้รับพระสัญญาว่าชื่อของพวกเขาจะไม่ถูกลบออกจากหนังสือแห่งชีวิต ผู้ที่ได้รับความรอดได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำแห่งความรอดของพวกเขา และได้รับการประทับตราโดยพระองค์จนถึงวันที่จะทรงไถ่ให้รอด
พระคัมภีร์อ้างอิง
ฮีบรู 5:9; ยอห์น 6:37; ยอห์น 10:28; ยอห์น 5:24; 1 เปโตร 1:3-5; ยูดา 24; โรม 8:31-39; ยอห์น 10:27-29; 1 ยอห์น 5:1-5; วิวรณ์ 3:5; 2 โครินธ์ 1:22; 2 โครินธ์ 5:5; เอเฟซัส 4:30
12 การแยกตัว
เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงบัญชาให้ผู้ที่ได้รับความรอดแยกตัวในการรับใช้พระองค์ออกจากผู้ที่ไม่เชื่อ ออกจากการมีส่วนร่วมกับความอธรรม ออกจากการเข้าสนิทกับความมืด และออกจากการนมัสการของศาสนาเท็จ
การแยกตัว
เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงบัญชาให้ผู้ที่ได้รับความรอดแยกตัวในการรับใช้พระองค์ออกจากผู้ที่ไม่เชื่อ ออกจากการมีส่วนร่วมกับความอธรรม ออกจากการเข้าสนิทกับความมืด และออกจากการนมัสการของศาสนาเท็จ
ยิ่งกว่านั้น ผู้เชื่อควรแยกตัวออกจากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้อง แต่ยังเป็นคนล่วงประเวณี คนโลภ คนไหว้รูปเคารพ คนปากร้าย คนขี้เมา หรือคนฉ้อโกง
แม้เราควรมีใจกรุณาและให้อภัยแก่ทุกคน เราก็ควรถอยห่างจากพี่น้องทุกคนที่ประพฤติอย่างเกะกะ ขณะที่เราพยายามนำคนในโลกมาถึงพระคริสต์ เราตระหนักว่าการเป็นมิตรกับโลกคือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า และพระเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก
พระคัมภีร์อ้างอิง
2 โครินธ์ 6:14-18; 1 โครินธ์ 5:9-13; เอเฟซัส 4:32; 2 เธสะโลนิกา 3:6; ยากอบ 4:4; 1 ยอห์น 2:15-17; ฮีบรู 12:5-11; วิวรณ์ 3:19
13 คริสตจักร
เราเชื่อว่าคริสตจักรคือที่ประชุมของผู้ที่ถูกเรียกออกมา ซึ่งเป็นความหมายของคำภาษากรีกที่แปลว่า “คริสตจักร”
คริสตจักร
เราเชื่อว่าคริสตจักรคือที่ประชุมของผู้ที่ถูกเรียกออกมา ซึ่งเป็นความหมายของคำภาษากรีกที่แปลว่า “คริสตจักร”
คริสตจักรแห่งแรกในพันธสัญญาใหม่ก่อตั้งขึ้นโดยพระเยซู พระองค์ทรงเป็นศิลามุมเอก รากฐาน ศีรษะ และหัวหน้าผู้เลี้ยงแกะของคริสตจักรแท้ทุกแห่ง
คริสตจักรท้องถิ่นแต่ละแห่งประกอบด้วยผู้เชื่อที่ได้รับบัพติศมาแล้ว ผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกให้เป็นผู้นำคริสตจักรเรียกว่า ผู้ปกครองหรือศิษยาภิบาล ชายคนหนึ่งในบรรดาคนเหล่านี้ได้รับเลือกให้เป็นผู้ดูแลหรือบิชอป ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า ศิษยาภิบาล
พระเจ้าทรงมอบสิทธิอำนาจแก่เขาในฐานะผู้เลี้ยงแกะภายใต้พระคริสต์ และเขามีหน้าที่ปกครองคริสตจักรท้องถิ่นในลักษณะเดียวกับที่ชายคนหนึ่งปกครองครอบครัวของตนเอง เขายังมีความรับผิดชอบอย่างหนักต่อพระพักตร์พระเจ้า เพราะเขาต้องรู้สภาพของฝูงแกะของตนและเฝ้าระวังเพื่อจิตวิญญาณของพวกเขา
สมาชิกคริสตจักรสามารถเลือกผู้รับใช้ เพื่อช่วยดำเนินธุระของคริสตจักร และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ศิษยาภิบาลสามารถอุทิศตนให้แก่การอธิษฐานและพันธกิจแห่งพระวจนะได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น
ชายเหล่านี้ทั้งหมดที่นำคริสตจักรเป็นเพียงมนุษย์ แต่ตำแหน่งหน้าที่ของพวกเขาควรได้รับการยกย่อง ผู้ที่ปกครองดีควรได้รับการนับว่าคู่ควรแก่เกียรติ พวกเขาควรได้รับการติดตามและเชื่อฟังในขณะที่พวกเขาติดตามพระคริสต์ และควรได้รับการนับถืออย่างสูงด้วยความรักเพราะเห็นแก่งานที่พวกเขาทำ
เช่นเดียวกับที่สาวกแต่ละคนควรแสวงหาการทวีจำนวนโดยการชนะวิญญาณ แต่ละคริสตจักรก็ควรแสวงหาที่จะส่งคนงานออกไปเพื่อเพิ่มพูนจำนวนคริสตจักร
พระคัมภีร์อ้างอิง
มัทธิว 16:18; มัทธิว 18:15-17; กิจการ 2:41; 1 เปโตร 2:6; 1 โครินธ์ 3:11; เอเฟซัส 5:23; 1 เปโตร 5:4; กิจการ 2:41-47; 1 ทิโมธี 5:17; ยากอบ 5:14; 1 เปโตร 5:1; 1 ทิโมธี 3:1-2; ฮีบรู 13:7; ฮีบรู 13:17; 1 ทิโมธี 3:4-5; สุภาษิต 27:23; กิจการ 6:1-7; กิจการ 6:4; โรม 11:13; 1 โครินธ์ 4:16; 1 โครินธ์ 11:1; 1 เธสะโลนิกา 5:13; กิจการ 9:31; ทิตัส 1:5
14 พระมหาบัญชา
เราเชื่อว่าพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคริสตจักรคือ ออกไป ชนะวิญญาณ ให้บัพติศมา และสั่งสอน
พระมหาบัญชา
เราเชื่อว่าพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคริสตจักรคือ ออกไป ชนะวิญญาณ ให้บัพติศมา และสั่งสอน
พระเจ้าทรงบัญชาให้เรานำข่าวประเสริฐไปถึงทุกประชาชาติและมนุษย์ทุกคน แม้เราเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่จะไม่รับความรอด แต่เราก็ตระหนักว่าพระเจ้าไม่ทรงประสงค์ให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศ
พระเยซูทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์เพื่อบาปของคนทั้งโลก เป็นพระประสงค์ของพระองค์ที่จะให้มนุษย์ทุกคนมาถึงความรู้ในความจริง
เราปรารถนาที่จะสอนผู้ที่ยอมรับข่าวประเสริฐให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่พระเจ้าทรงบัญชาแก่เรา และเตรียมพวกเขาให้เป็นผู้ชนะวิญญาณด้วย เพื่อจำนวนผู้เชื่อจะทวีมากขึ้น เรายินดีอุทิศชีวิตของเราให้แก่พันธกิจแห่งการคืนดีกันกับพระเจ้าและการสร้างสาวกเหล่านี้
พระคัมภีร์อ้างอิง
มัทธิว 28:18-20; มาระโก 16:15; ลูกา 24:47-48; ยอห์น 20:21-22; กิจการ 1:8; มัทธิว 7:13-14; 2 เปโตร 3:9; 1 ยอห์น 2:2; 1 ทิโมธี 2:3-4; กิจการ 6:7; 2 ทิโมธี 2:2; 2 โครินธ์ 5:18-21; 1 โครินธ์ 9:16-17
15 บัพติศมา
เราเชื่อว่าบัพติศมาเป็นขั้นตอนแห่งการเชื่อฟังเพื่อให้ความชอบธรรมทุกอย่างสำเร็จ บัพติศมาตามพระคัมภีร์กระทำโดยการจุ่มลงในน้ำ เพราะเป็นภาพของการตาย การฝัง และการเป็นขึ้นมาจากความตาย
บัพติศมา
เราเชื่อว่าบัพติศมาเป็นขั้นตอนแห่งการเชื่อฟังเพื่อให้ความชอบธรรมทุกอย่างสำเร็จ บัพติศมาตามพระคัมภีร์กระทำโดยการจุ่มลงในน้ำ เพราะเป็นภาพของการตาย การฝัง และการเป็นขึ้นมาจากความตาย
เราให้บัพติศมาแก่ผู้ที่กลับใจมาเชื่อในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตามแบบอย่างในพระคัมภีร์ เราให้บัพติศมาแก่ทุกคนที่เต็มใจโดยเร็วที่สุดหลังจากที่เขาปฏิญาณความเชื่อ การปฏิญาณความเชื่อนี้เป็นข้อกำหนดตามพระคัมภีร์เพียงประการเดียวก่อนรับบัพติศมา
พระคัมภีร์อ้างอิง
มัทธิว 3:15; มัทธิว 3:16; โรม 6:3-10; มัทธิว 28:18-20; กิจการ 2:41; กิจการ 8:36-38
16 พิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า
เราเชื่อว่าพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานแก่ผู้เชื่อเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระกายที่แตกหักและพระโลหิตที่หลั่งออกของพระคริสต์
พิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า
เราเชื่อว่าพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานแก่ผู้เชื่อเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระกายที่แตกหักและพระโลหิตที่หลั่งออกของพระคริสต์
ขนมปังไร้เชื้อเป็นตัวแทนของพระกายที่ปราศจากบาปของพระองค์ และผลแห่งเถาองุ่น คือ น้ำองุ่นที่ไม่ผ่านการหมัก เป็นตัวแทนของพระโลหิตอันไม่เปื่อยเน่าของพระองค์
พระคัมภีร์เตือนให้ทุกคนพิจารณาตนเองเมื่อเข้าร่วมพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีคำสั่งว่าควรประกอบพิธีนี้บ่อยเพียงใด แต่ทุกครั้งที่เราประกอบพิธีนี้ เราก็ประกาศการสิ้นพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจนกว่าพระองค์จะเสด็จมา
พระคัมภีร์อ้างอิง
มัทธิว 26:26-28; 1 โครินธ์ 11:26; 1 โครินธ์ 5:8; 2 โครินธ์ 5:21; ฮีบรู 7:26; 1 เปโตร 2:22; 1 ยอห์น 3:5; มัทธิว 26:29; 1 เปโตร 1:18-19; 1 โครินธ์ 11:28
17 การเสด็จกลับมาของพระคริสต์
เราเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งครั้งแรกเสด็จมายังพวกของพระองค์ กำลังจะเสด็จกลับมารับพวกของพระองค์
การเสด็จกลับมาของพระคริสต์
เราเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งครั้งแรกเสด็จมายังพวกของพระองค์ กำลังจะเสด็จกลับมารับพวกของพระองค์
พระองค์เสด็จไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับเรา และพระองค์สามารถเสด็จกลับมาได้ทุกขณะเพื่อรับเราไปอยู่กับพระองค์
ในชั่วขณะนั้น สิ่งซึ่งเปื่อยเน่าได้นี้จะสวมซึ่งไม่เปื่อยเน่า และสภาพซึ่งต้องตายนี้จะสวมซึ่งอมตะ เราจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น และดังนั้นเราจะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์
ต่อมา หลังจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่บนแผ่นดินโลก องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง คราวนี้พร้อมกับพวกของพระองค์ และเราจะปกครองและครอบครองร่วมกับพระองค์
พระคัมภีร์อ้างอิง
ยอห์น 1:10-12; กิจการ 1:11; ยอห์น 14:1-3; 1 โครินธ์ 15:52; 1 เธสะโลนิกา 4:16-17; 1 โครินธ์ 15:53-54; 1 ยอห์น 3:2; 1 เธสะโลนิกา 4:17; มัทธิว 24:21; วิวรณ์ 7:14; ยูดา 14; วิวรณ์ 19:1-21; 1 โครินธ์ 6:1-3; วิวรณ์ 5:10; วิวรณ์ 20:6; วิวรณ์ 22:5
18 นิรันดร์กาล
เราเชื่อว่าทุกคนจะเป็นขึ้นมาจากความตายเข้าสู่นิรันดร์กาล ผู้ที่ได้รับความรอดจะเป็นขึ้นสู่ชีวิตนิรันดร์ และผู้ที่หลงหายจะเป็นขึ้นสู่การลงโทษนิรันดร์
นิรันดร์กาล
เราเชื่อว่าทุกคนจะเป็นขึ้นมาจากความตายเข้าสู่นิรันดร์กาล ผู้ที่ได้รับความรอดจะเป็นขึ้นสู่ชีวิตนิรันดร์ และผู้ที่หลงหายจะเป็นขึ้นสู่การลงโทษนิรันดร์
พระคัมภีร์อ้างอิง
อิสยาห์ 66:22-24; ดาเนียล 12:2; มัทธิว 25:46; กิจการ 24:15; วิวรณ์ 20:12-15
พันธกิจของเรา
พันธกิจของเราคือพระมหาบัญชา คือ ออกไปนำข่าวประเสริฐไปถึงผู้คน ให้บัพติศมาแก่ผู้เชื่อ และสอนเขาให้ติดตามพระคริสต์