ข้ามไปยังเนื้อหา

IBC Hua Hin

เกี่ยวกับคริสตจักรของเราในหัวหิน

คริสตจักรแบ๊พติสนานาชาติเป็นคริสตจักรอิสระที่อนุรักษนิยมและเชื่อในพระคัมภีร์ มีครอบครัวที่อบอุ่นและหลากหลายทางวัฒนธรรม ทุกการนมัสการของเราจัดขึ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เรายินดีต้อนรับให้คุณมาร่วมนมัสการพระคริสต์ เติบโตในพระวจนะ และรับใช้พระองค์ด้วยกัน

หลักข้อเชื่อ

สิ่งที่เราเชื่อ

01

พระเจ้า

เราเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว ผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงและทรงพระชนม์อยู่ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง พระเจ้าทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ตั้งแต่นิรันดร์กาลจนถึงนิรันดร์กาล พระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวนี้ประกอบด้วยสามพระองค์ คือ พระบิดา พระวาทะ (หรือพระบุตร) และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทั้งสามพระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เราจะต้องไม่มีพระอื่นใดนอกเหนือจากพระองค์

พระคัมภีร์อ้างอิง

1 ทิโมธี 2:5; เยเรมีย์ 10:10; 1 เธสะโลนิกา 1:9; อิสยาห์ 40:28; เอเฟซัส 3:9; เฉลยธรรมบัญญัติ 33:27; สดุดี 90:2; อิสยาห์ 48:16; มัทธิว 28:18-20; 1 ยอห์น 5:7; ยอห์น 17:11, 22; ยอห์น 10:30; อพยพ 20:3

02

พระคัมภีร์

เราเชื่อว่าพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือหกสิบหก (66) เล่ม ตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงวิวรณ์นั้น ไม่ผิดพลาด ปราศจากข้อผิดพลาด และสมบูรณ์ เราเชื่อว่าทุกส่วนและทุกถ้อยคำได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ประทานแก่มนุษย์ เราเชื่อด้วยว่าพระเจ้าได้ทรงรักษาทุกถ้อยคำของพระองค์ไว้ตลอดทุกยุคทุกสมัย คริสตจักรของเราใช้พระคัมภีร์ฉบับคิงเจมส์ภาษาไทย (Thai KJV)

พระคัมภีร์อ้างอิง

สดุดี 12:6; สุภาษิต 30:5; 2 ทิโมธี 3:16; 2 เปโตร 1:21; เฉลยธรรมบัญญัติ 8:3; มัทธิว 4:4; อิสยาห์ 40:8; มัทธิว 5:18; มัทธิว 24:35; 1 เปโตร 1:25

03

การทรงสร้าง

เราเชื่อว่าสรรพสิ่งทั้งปวงถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าพระบิดา เราเชื่อว่าพระวาทะ (พระบุตรของพระเจ้า) ทรงอยู่กับพระเจ้า และสรรพสิ่งทั้งปวงถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และโดยทางพระองค์ และปราศจากพระองค์ไม่มีสิ่งใดที่ถูกสร้างขึ้นเลย เราเชื่อว่าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวอยู่เหนือสิ่งที่ทรงสร้าง และทรงมีส่วนในการประทานชีวิตแก่มนุษย์ด้วย การทรงสร้างแต่เดิมนั้นเสร็จสมบูรณ์ภายในหกวันตามตัวอักษร

พระคัมภีร์อ้างอิง

ปฐมกาล 1:1; มาลาคี 2:10; เอเฟซัส 3:9; ยอห์น 1:1-3; โคโลสี 1:16-17; ปฐมกาล 1:2; โยบ 33:4; ปฐมกาล 1:1-2; อพยพ 20:11

04

พระเยซูคริสต์

เราเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ เป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดจากหญิงพรหมจารีและปราศจากบาป เราเชื่อว่าพระเยซูทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาล พระเยซูทรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวง และตั้งแต่เริ่มแรกพระเยซูทรงอยู่กับพระเจ้าและทรงเป็นพระเจ้า พระเยซูทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย ทรงเป็นผู้ริเริ่มและผู้ทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ และทรงเป็นองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

โดยมิได้ทรงเลิกเป็นพระเจ้า พระเยซูทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแต่เพียงผู้เดียว ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร และทรงเป็นคนกลางแต่เพียงผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์

พระคัมภีร์อ้างอิง

มัทธิว 16:16-17; ยอห์น 20:31; มีคาห์ 5:2; โคโลสี 1:17; ยอห์น 1:1-14; วิวรณ์ 2:8; ฮีบรู 12:2; วิวรณ์ 11:17; อิสยาห์ 9:6; ยอห์น 1:1; ยอห์น 20:28; ฮีบรู 1:8; ยอห์น 1:14; 1 ทิโมธี 3:16; ลูกา 2:11; กิจการ 4:12; เอเฟซัส 5:23; โคโลสี 1:18; 1 ทิโมธี 2:5

05

พระวิญญาณบริสุทธิ์

เราเชื่อว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระผู้ปลอบประโลมของผู้เชื่อทุกคน และทรงทำให้โลกรู้สึกผิดในเรื่องบาป ความชอบธรรม และการพิพากษา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ภายในผู้เชื่อทุกคน ทรงเป็นพยานว่าพวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้า และทรงเป็นมัดจำแห่งความรอดของพวกเขา โดยทรงประทับตราพวกเขาไว้จนถึงวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะทรงเทพระวิญญาณของพระองค์ลงเหนือเราทั้งหลายในยุคสุดท้ายนี้ โดยทรงสวมเราด้วยฤทธิ์เดช เพื่อเราจะเป็นพยานที่มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ยังทรงประทานของประทานฝ่ายจิตวิญญาณ แต่ทรงประทานตามที่พระองค์ทรงประสงค์ แม้หมายสำคัญและการอัศจรรย์อาจติดตามผู้ที่เชื่อ เราไม่ควรแสวงหาหมายสำคัญหรือของประทานที่เป็นหมายสำคัญ

พระคัมภีร์อ้างอิง

กิจการ 5:3-4; 1 ยอห์น 5:7; ยอห์น 16:7-15; โรม 8:9; 1 โครินธ์ 3:16; 1 โครินธ์ 6:19; โรม 8:16; 1 ยอห์น 4:13; 2 โครินธ์ 1:22; 2 โครินธ์ 5:5; เอเฟซัส 1:13-14; เอเฟซัส 4:30; โยเอล 2:28-32; กิจการ 2:16-18; ลูกา 24:49; กิจการ 1:4-8; 1 โครินธ์ 12:1-10; 1 โครินธ์ 12:11; มาระโก 16:15-20; มัทธิว 12:39; 1 โครินธ์ 12:28-31

06

ซาตาน

เราเชื่อว่าซาตานเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และเป็นเครูบที่ได้รับการเจิม พบความชั่วช้าในตัวมัน และเมื่อมันยกตัวขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง มันได้กบฏต่อพระเจ้าและถูกขับออกจากตำแหน่งของมันในสวรรค์

ซาตานล่อลวงมนุษย์ เป็นฆาตกร เป็นบิดาแห่งการมุสา และเป็นผู้กล่าวหาพวกพี่น้อง เราต้องต่อต้านซาตาน แต่ไม่ต้องกลัวมัน เรารอคอยวันที่มันจะถูกแทงด้วยพระแสงที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระคริสต์ ถูกเหยียบไว้ใต้เท้าของเรา และถูกโยนลงในบึงไฟ

พระคัมภีร์อ้างอิง

เอเสเคียล 28:15; เอเสเคียล 28:14; อิสยาห์ 14:13-14; อิสยาห์ 14:12; เอเสเคียล 28:16; ลูกา 10:18; ปฐมกาล 3:1-15; มาระโก 1:13; ยอห์น 8:44; วิวรณ์ 12:10; ยากอบ 4:7; 1 เปโตร 5:8-9; มัทธิว 10:28; อิสยาห์ 14:19; วิวรณ์ 19:15; โรม 16:20; วิวรณ์ 20:10

07

ผีมาร

เราเชื่อว่าเมื่อซาตานกบฏต่อพระเจ้า มีทูตสวรรค์กลุ่มหนึ่งติดตามมันไปด้วย ทูตสวรรค์ที่ล้มลงเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่าผีมารหรือผีปีศาจ ประกอบเป็นเทพผู้ครอง ศักดิเทพ ผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ และเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานอากาศสูง ซึ่งเราต้องต่อสู้กับพวกมัน

ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าซึ่งอยู่ในเรานั้นยิ่งใหญ่กว่าฤทธิ์อำนาจแห่งความมืด พระเยซูทรงสำแดงสิ่งนี้โดยทรงขับผีออกด้วยพระวจนะของพระองค์ และดังที่พระเยซูตรัสไว้ คือด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า

พระคัมภีร์อ้างอิง

มัทธิว 25:41; 2 เปโตร 2:4; เอเฟซัส 6:12; 1 ยอห์น 4:4; มัทธิว 8:16; ลูกา 11:20

08

มนุษย์

เราเชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายของพระเจ้า พระเจ้าทรงระบายลมปราณเข้าไปในมนุษย์ และมนุษย์จึงเกิดเป็นจิตวิญญาณมีชีวิต จิตวิญญาณของมนุษย์จะดำรงอยู่ตลอดไป พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับพระองค์เอง เพื่อพระสิริและความพอพระทัยของพระองค์ และพระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับมนุษย์

พระคัมภีร์อ้างอิง

ปฐมกาล 1:26; ปฐมกาล 9:6; 1 โครินธ์ 11:7; ปฐมกาล 2:7; ปัญญาจารย์ 3:21; ปัญญาจารย์ 12:7; ดาเนียล 12:2; มัทธิว 25:46; โคโลสี 1:16; อิสยาห์ 43:7; วิวรณ์ 4:11; เอเฟซัส 2:10

09

บาป

เราเชื่อว่าโดยมนุษย์คนแรก บาปได้เข้ามาในโลก และความตายก็เข้ามาโดยบาป ทุกคนที่เกิดจากอาดัมได้ติดตามเขาในการทำบาปต่อพระเจ้า ดังนั้นความตายจึงแผ่ไปถึงมนุษย์ทุกคน

จิตใจของมนุษย์ผู้มีบาปนั้นหลอกลวงและชั่วร้ายอย่างเหลือเกิน ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงหลงไปตามทางของตนเอง และได้รับค่าจ้างแห่งความตายและนรก มนุษย์ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้าสำหรับบาปของตนเอง

พระคัมภีร์อ้างอิง

ปฐมกาล 3:1-19; โรม 5:12; โรม 3:23; เยเรมีย์ 17:9; อิสยาห์ 53:6; โรม 6:23; วิวรณ์ 20:14-15; เอเสเคียล 18:1-20; โรม 14:12

10

ความรอด

เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมความรอดด้วยความรักของพระองค์ โดยทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาเพื่อทรงรับบาปแทนเรา ทรงรับโทษแห่งความตายไว้กับพระองค์เอง ทรงสิ้นพระชนม์แทนเรา และทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์เองเป็นการลบมลทินบาปของเราแต่เพียงอย่างเดียวที่พระเจ้าทรงยอมรับ

พระคริสต์ทรงถูกฝังไว้และทรงฟื้นขึ้นอีกในวันที่สาม ความรอดนี้มีไว้เป็นของประทานให้เปล่าแห่งพระคุณของพระเจ้าแก่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์โดยความเชื่อ

ในขณะที่บุคคลหนึ่งเลิกวางใจในทางของตนเอง และหันมาวางใจในพระคริสต์และพระราชกิจที่พระองค์ทรงกระทำสำเร็จแล้ว เขาก็บังเกิดจากพระเจ้าและได้รับชีวิตนิรันดร์

พระคัมภีร์อ้างอิง

ยอห์น 3:16; โรม 5:8; 1 ยอห์น 2:2-5; ฮีบรู 5:9; ยอห์น 3:16-17; 2 โครินธ์ 5:21; 1 โครินธ์ 15:3; 1 เปโตร 3:18; กิจการ 20:28; โรม 5:9; เอเฟซัส 1:7; โคโลสี 1:14-20; ฮีบรู 9:22; โรม 5:10-11; 1 โครินธ์ 15:4; กิจการ 10:39-40; โรม 5:15-18; โรม 6:23; เอเฟซัส 2:8-9; ยอห์น 1:12; ยอห์น 6:40; โรม 1:16; วิวรณ์ 22:17; อิสยาห์ 53:6; มาระโก 10:24; ลูกา 18:9-14; 1 เธสะโลนิกา 1:9; ฮีบรู 6:1; ปัญญาจารย์ 3:14; ยอห์น 19:30; 1 ยอห์น 5:1; ยอห์น 3:36; ยอห์น 5:24; ยอห์น 10:27-29

11

การคุ้มครองนิรันดร์

เราเชื่อว่าความรอดที่พระเจ้าทรงเป็นผู้ริเริ่มให้แก่เรานั้นเป็นความรอดนิรันดร์ พระเยซูไม่เคยทรงขับผู้ใดออกจากครอบครัวของพระองค์ ผู้เชื่อไม่มีวันพินาศ จะไม่เข้าสู่การพิพากษาลงโทษ แต่ได้ผ่านจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว

ผู้ที่ได้รับความรอดได้รับการพิทักษ์รักษาไว้โดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดสามารถแยกพวกเขาออกจากความรักของพระองค์ และไม่มีผู้ใดสามารถแย่งพวกเขาออกจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้

ทุกคนที่เชื่อในพระองค์บังเกิดจากพระเจ้า และทุกสิ่งที่บังเกิดจากพระเจ้าก็มีชัยต่อโลก ผู้มีชัยเหล่านี้ได้รับพระสัญญาว่าชื่อของพวกเขาจะไม่ถูกลบออกจากหนังสือแห่งชีวิต ผู้ที่ได้รับความรอดได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำแห่งความรอดของพวกเขา และได้รับการประทับตราโดยพระองค์จนถึงวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

พระคัมภีร์อ้างอิง

ฮีบรู 5:9; ยอห์น 6:37; ยอห์น 10:28; ยอห์น 5:24; 1 เปโตร 1:3-5; ยูดา 24; โรม 8:31-39; ยอห์น 10:27-29; 1 ยอห์น 5:1-5; วิวรณ์ 3:5; 2 โครินธ์ 1:22; 2 โครินธ์ 5:5; เอเฟซัส 4:30

12

การแยกตัว

เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงบัญชาให้ผู้ที่ได้รับความรอดแยกตัวในการรับใช้พระองค์ออกจากผู้ที่ไม่เชื่อ ออกจากการมีส่วนร่วมกับความอธรรม ออกจากการเข้าสนิทกับความมืด และออกจากการนมัสการของศาสนาเท็จ

ยิ่งกว่านั้น ผู้เชื่อควรแยกตัวออกจากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้อง แต่ยังเป็นคนล่วงประเวณี คนโลภ คนไหว้รูปเคารพ คนปากร้าย คนขี้เมา หรือคนฉ้อโกง

แม้เราควรมีใจกรุณาและให้อภัยแก่ทุกคน เราก็ควรถอยห่างจากพี่น้องทุกคนที่ประพฤติอย่างเกะกะ ขณะที่เราพยายามนำคนในโลกมาถึงพระคริสต์ เราตระหนักว่าการเป็นมิตรกับโลกคือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า และพระเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก

พระคัมภีร์อ้างอิง

2 โครินธ์ 6:14-18; 1 โครินธ์ 5:9-13; เอเฟซัส 4:32; 2 เธสะโลนิกา 3:6; ยากอบ 4:4; 1 ยอห์น 2:15-17; ฮีบรู 12:5-11; วิวรณ์ 3:19

13

คริสตจักร

เราเชื่อว่าคริสตจักรคือที่ประชุมของผู้ที่ถูกเรียกออกมา ซึ่งเป็นความหมายของคำภาษากรีกที่แปลว่า “คริสตจักร”

คริสตจักรแห่งแรกในพันธสัญญาใหม่ก่อตั้งขึ้นโดยพระเยซู พระองค์ทรงเป็นศิลามุมเอก รากฐาน ศีรษะ และหัวหน้าผู้เลี้ยงแกะของคริสตจักรแท้ทุกแห่ง

คริสตจักรท้องถิ่นแต่ละแห่งประกอบด้วยผู้เชื่อที่ได้รับบัพติศมาแล้ว ผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกให้เป็นผู้นำคริสตจักรเรียกว่า ผู้ปกครองหรือศิษยาภิบาล ชายคนหนึ่งในบรรดาคนเหล่านี้ได้รับเลือกให้เป็นผู้ดูแลหรือบิชอป ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า ศิษยาภิบาล

พระเจ้าทรงมอบสิทธิอำนาจแก่เขาในฐานะผู้เลี้ยงแกะภายใต้พระคริสต์ และเขามีหน้าที่ปกครองคริสตจักรท้องถิ่นในลักษณะเดียวกับที่ชายคนหนึ่งปกครองครอบครัวของตนเอง เขายังมีความรับผิดชอบอย่างหนักต่อพระพักตร์พระเจ้า เพราะเขาต้องรู้สภาพของฝูงแกะของตนและเฝ้าระวังเพื่อจิตวิญญาณของพวกเขา

สมาชิกคริสตจักรสามารถเลือกผู้รับใช้ เพื่อช่วยดำเนินธุระของคริสตจักร และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ศิษยาภิบาลสามารถอุทิศตนให้แก่การอธิษฐานและพันธกิจแห่งพระวจนะได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

ชายเหล่านี้ทั้งหมดที่นำคริสตจักรเป็นเพียงมนุษย์ แต่ตำแหน่งหน้าที่ของพวกเขาควรได้รับการยกย่อง ผู้ที่ปกครองดีควรได้รับการนับว่าคู่ควรแก่เกียรติ พวกเขาควรได้รับการติดตามและเชื่อฟังในขณะที่พวกเขาติดตามพระคริสต์ และควรได้รับการนับถืออย่างสูงด้วยความรักเพราะเห็นแก่งานที่พวกเขาทำ

เช่นเดียวกับที่สาวกแต่ละคนควรแสวงหาการทวีจำนวนโดยการชนะวิญญาณ แต่ละคริสตจักรก็ควรแสวงหาที่จะส่งคนงานออกไปเพื่อเพิ่มพูนจำนวนคริสตจักร

พระคัมภีร์อ้างอิง

มัทธิว 16:18; มัทธิว 18:15-17; กิจการ 2:41; 1 เปโตร 2:6; 1 โครินธ์ 3:11; เอเฟซัส 5:23; 1 เปโตร 5:4; กิจการ 2:41-47; 1 ทิโมธี 5:17; ยากอบ 5:14; 1 เปโตร 5:1; 1 ทิโมธี 3:1-2; ฮีบรู 13:7; ฮีบรู 13:17; 1 ทิโมธี 3:4-5; สุภาษิต 27:23; กิจการ 6:1-7; กิจการ 6:4; โรม 11:13; 1 โครินธ์ 4:16; 1 โครินธ์ 11:1; 1 เธสะโลนิกา 5:13; กิจการ 9:31; ทิตัส 1:5

14

พระมหาบัญชา

เราเชื่อว่าพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคริสตจักรคือ ออกไป ชนะวิญญาณ ให้บัพติศมา และสั่งสอน

พระเจ้าทรงบัญชาให้เรานำข่าวประเสริฐไปถึงทุกประชาชาติและมนุษย์ทุกคน แม้เราเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่จะไม่รับความรอด แต่เราก็ตระหนักว่าพระเจ้าไม่ทรงประสงค์ให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศ

พระเยซูทรงหลั่งพระโลหิตของพระองค์เพื่อบาปของคนทั้งโลก เป็นพระประสงค์ของพระองค์ที่จะให้มนุษย์ทุกคนมาถึงความรู้ในความจริง

เราปรารถนาที่จะสอนผู้ที่ยอมรับข่าวประเสริฐให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่พระเจ้าทรงบัญชาแก่เรา และเตรียมพวกเขาให้เป็นผู้ชนะวิญญาณด้วย เพื่อจำนวนผู้เชื่อจะทวีมากขึ้น เรายินดีอุทิศชีวิตของเราให้แก่พันธกิจแห่งการคืนดีกันกับพระเจ้าและการสร้างสาวกเหล่านี้

พระคัมภีร์อ้างอิง

มัทธิว 28:18-20; มาระโก 16:15; ลูกา 24:47-48; ยอห์น 20:21-22; กิจการ 1:8; มัทธิว 7:13-14; 2 เปโตร 3:9; 1 ยอห์น 2:2; 1 ทิโมธี 2:3-4; กิจการ 6:7; 2 ทิโมธี 2:2; 2 โครินธ์ 5:18-21; 1 โครินธ์ 9:16-17

15

บัพติศมา

เราเชื่อว่าบัพติศมาเป็นขั้นตอนแห่งการเชื่อฟังเพื่อให้ความชอบธรรมทุกอย่างสำเร็จ บัพติศมาตามพระคัมภีร์กระทำโดยการจุ่มลงในน้ำ เพราะเป็นภาพของการตาย การฝัง และการเป็นขึ้นมาจากความตาย

เราให้บัพติศมาแก่ผู้ที่กลับใจมาเชื่อในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตามแบบอย่างในพระคัมภีร์ เราให้บัพติศมาแก่ทุกคนที่เต็มใจโดยเร็วที่สุดหลังจากที่เขาปฏิญาณความเชื่อ การปฏิญาณความเชื่อนี้เป็นข้อกำหนดตามพระคัมภีร์เพียงประการเดียวก่อนรับบัพติศมา

พระคัมภีร์อ้างอิง

มัทธิว 3:15; มัทธิว 3:16; โรม 6:3-10; มัทธิว 28:18-20; กิจการ 2:41; กิจการ 8:36-38

16

พิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า

เราเชื่อว่าพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานแก่ผู้เชื่อเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระกายที่แตกหักและพระโลหิตที่หลั่งออกของพระคริสต์

ขนมปังไร้เชื้อเป็นตัวแทนของพระกายที่ปราศจากบาปของพระองค์ และผลแห่งเถาองุ่น คือ น้ำองุ่นที่ไม่ผ่านการหมัก เป็นตัวแทนของพระโลหิตอันไม่เปื่อยเน่าของพระองค์

พระคัมภีร์เตือนให้ทุกคนพิจารณาตนเองเมื่อเข้าร่วมพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีคำสั่งว่าควรประกอบพิธีนี้บ่อยเพียงใด แต่ทุกครั้งที่เราประกอบพิธีนี้ เราก็ประกาศการสิ้นพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจนกว่าพระองค์จะเสด็จมา

พระคัมภีร์อ้างอิง

มัทธิว 26:26-28; 1 โครินธ์ 11:26; 1 โครินธ์ 5:8; 2 โครินธ์ 5:21; ฮีบรู 7:26; 1 เปโตร 2:22; 1 ยอห์น 3:5; มัทธิว 26:29; 1 เปโตร 1:18-19; 1 โครินธ์ 11:28

17

การเสด็จกลับมาของพระคริสต์

เราเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งครั้งแรกเสด็จมายังพวกของพระองค์ กำลังจะเสด็จกลับมารับพวกของพระองค์

พระองค์เสด็จไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับเรา และพระองค์สามารถเสด็จกลับมาได้ทุกขณะเพื่อรับเราไปอยู่กับพระองค์

ในชั่วขณะนั้น สิ่งซึ่งเปื่อยเน่าได้นี้จะสวมซึ่งไม่เปื่อยเน่า และสภาพซึ่งต้องตายนี้จะสวมซึ่งอมตะ เราจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น และดังนั้นเราจะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

ต่อมา หลังจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่บนแผ่นดินโลก องค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง คราวนี้พร้อมกับพวกของพระองค์ และเราจะปกครองและครอบครองร่วมกับพระองค์

พระคัมภีร์อ้างอิง

ยอห์น 1:10-12; กิจการ 1:11; ยอห์น 14:1-3; 1 โครินธ์ 15:52; 1 เธสะโลนิกา 4:16-17; 1 โครินธ์ 15:53-54; 1 ยอห์น 3:2; 1 เธสะโลนิกา 4:17; มัทธิว 24:21; วิวรณ์ 7:14; ยูดา 14; วิวรณ์ 19:1-21; 1 โครินธ์ 6:1-3; วิวรณ์ 5:10; วิวรณ์ 20:6; วิวรณ์ 22:5

18

นิรันดร์กาล

เราเชื่อว่าทุกคนจะเป็นขึ้นมาจากความตายเข้าสู่นิรันดร์กาล ผู้ที่ได้รับความรอดจะเป็นขึ้นสู่ชีวิตนิรันดร์ และผู้ที่หลงหายจะเป็นขึ้นสู่การลงโทษนิรันดร์

พระคัมภีร์อ้างอิง

อิสยาห์ 66:22-24; ดาเนียล 12:2; มัทธิว 25:46; กิจการ 24:15; วิวรณ์ 20:12-15

พันธกิจของเรา

พันธกิจของเราคือพระมหาบัญชา คือ ออกไปนำข่าวประเสริฐไปถึงผู้คน ให้บัพติศมาแก่ผู้เชื่อ และสอนเขาให้ติดตามพระคริสต์